2006/Aug/13

*****************************************************************
มาเปลี่ยนเรื่องดีกว่า
เรื่องแปลกๆที่อิตาลี โดยเฉพาะที่mirano เพื่อนตาเราบอกว่าตอนที่พวกเราไปพักที่นั่นกัน พวกเราดังใหญ่เลย เพราะว่าไม่ค่อยมีคนเอเชียไปเที่ยวที่นั่นกัน mirano เป็นเมืองทางตอนเหนือใกล้ๆกับสวิตส์ ไม่ใช่เมืองที่คนส่วนใหญ่ไปท่องเที่ยวกัน คณะเราเลยกลายเป็น talk of the town ไป ขนาดนั้นกันเลย
นอกจากนี้ที่เมือง ฟิเรนเซ่ มั้ง มีบ้านจูเลียตด้วยนะ เมืองนี้เป็นมืองเล็กๆน่ารัก มีไอติมสับปะรด อร๊อยอร่อย กลับมาๆ ทางเข้าบ้านจูเลียตจะมีพวกคู่รักมาเซ็นชื่อไว้ตรงกำแพงเค้าเชื่อกันว่าจะรักกันตลอดไป ดูๆไปก็สวยดีนะ แต่พนักงานที่นั่นเค้าไม่ชอบหรอกเค้าต้องคอยขูดทำความสะอาดเรื่อย
มีรูปปั้นจูเลียต แล้วคนที่ไปเที่ยวก็จะชอบไปจับหน้าอกของจูเลียตแล้วก็ถ่ายรูป เพราะเค้าเชื่อว่าจะมีโชคด้านความรัก แถมยังมีระเบียงที่ชั้นสองเหมือนในละครอีก คนที่จะขึ้นไปชั้นนั้นต้องเสียค่าขึ้นไปด้วยแต่เราจำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ พอขึ้นไปเค้าก็จะไปจูบกันข้างบนแล้วก็จะมีคนถ่ายรูปให้ด้านล้าง
แต่เราก็แอบสงสัยนะ ในเมื่อโรมิโอกับจูเลียตตายตอนจบแล้วมันจะเป็นลางดีได้ยังไง??
แอบสงสัยใครช่วยตอบที

edit @ 14 Aug 2009 23:38:45 by aranavioleta

2006/Jul/07

การที่เราไปจีนครั้งนี้เราก็ไปเจอเหตุการณ์ที่ชาตินี้ไม่นึกว่าจะเจอ มันก็มีหลายเรื่องอะ แต่ที่จะจำไปจนตายก็
วิ่งตามรถไฟ
คุณดูหนังแล้วเห็นฉากที่ตัวละครวิ่งขึ้นรถไฟที่กำลังจะออกมั้ยคะ เราก็ไม่รู้สึกอะไรหรอกเวลาดู แต่เมื่อมาเจอกับตัวเองแล้ว ฮึๆ
ตอนนั้นเราไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้กันเอง แบบขึ้นรถไฟไปเข้าเย็นกลับ ตอนขาไปก็ok ที่นั่งก็ดี เป็นแบบที่นั่งนุ่มราคาสูงกว่า ที่นั่งแข็งหน่อย แล็วก็ไปเที่ยวกัน ได้ไปที่เซี่ยงหยางด้วย (คุณๆคงรู้ว่ามันขายอะไร) ดีใจที่มีโอกาศไปก่อนที่เค้าจะปิดตลาดในเดือน 5 ที่ผ่านมา ต่อราคากันแบบสะใจไปเลย การไปซื้อของที่นี่มีกฎอยู่หลายข้อด้วยกัน
  1. ถ้าต่อราคาแล้วลดไม่ถึง 80% ไม่ต้องเอา ใช้วิธีการเดินหนีเอา ยังไงเค้าก็ลดให้อยู่แล้ว คนขายที่นี้ตื๊อลูกค้าสุดๆ
  2. แต่ถ้าต่อแล้วต้องซื้อถ้าไม่อาจถึงการลงไม้ลงมือ(ดูน่ากลัวจัง) คือ เราเจอมากับตัวเอง เพื่อนเราไปต่อราคาไว้แล้วไม่เอา เค้าทั้งลาก ทั้งดึง เราเดินหนีแล้วก็ยังไม่เลิกตาม เสื้อของเพื่อนยึดยาวด้วยแรงดึงของคนขาย เราต้องใช้ศอกยัน แกะมือเค้าออกแล้ววิ่งหนี น่ากลัวมากมาก
  3. ตอนซื้อของต้องให้ของอยู่ในมือเราก่อนแล้วค่อยจ่ายเงิน อย่าลืมเช็คเงินทอนด้วยว่าปลอมหรือเปล่า ทางที่ดีจ่ายพอดีจะดีที่สุด
  4. ถ้ามีคนเดินมาเรียกไปดูของ อย่าไปเด็ดขาด เพราะพวกนี้เค้าจะเรียกไปหลังร้านแล้วทำอย่างว่า คนพวกนี้มีเยอะมากมากที่ตลาดนี้ เวลาเจอเค้าจะเข้ามายื่นแค็ตตาล็อกให้ดูถามว่าสนใจสินค้าตัวไหนมั้ยไปที่ร้านกับเค้า เราต้องส่ายหน้าแล้วเดินไปเลย ถ้ายังตามมาอีกก็บอกว่า ปู๋เย่า (ไม่เอา) บางครั้งเค้ายังตามมาอีกเราก็ตะโกนกลับไปดังว่า ปู๋เย่า
หลังจากนั้นแหละ ก็ถึงเหตุการณ์สำคัญเรามาถึงหน้าสถานีรถไปก่อนรถไปจะออก5นาทีได้ แล้วกว่าจะถึงรถไฟ ทางมันไกลมากวิ่งตั้งนานกว่าจะถึงชานชะลา บันไดที่ลงถึงชายชะลาอยู่ที่โบกี้ที่ 4 แต่โบกี้เราอยู่ที่ประมาณ 14พระเจ้า มันไกลมากรถไฟก็จะออกอยู่แล้วเราจะขอขึ้นโบกี้หน้าๆก่อนแล้วค่อยเดินไปที่โบกี้ของเราเค้าก็ไม่ให้ เราได้แต่วิ่ง วิ่ง วิ่ง เรานึกในใจว่าเราถูกทั้งที่เซี่ยงไฮ้แน่ๆ เตรียมจะไปซื้อตั๋วเที่ยวหน้าแล้ว แต่แล้วเราก็ขึ้นทันเป็นคนสุดท้าย ขากลับเรานั่งแบบที่นั่งแข็ง ขอบอกว่าไม่แนะนำเด็ดขาด แทบไม่มีอากาศหายใจ ร้อนก็ร้อน เหนื่อยก็เหนื่อย แถมตอนแรกยังมีคนมาแย่งที่นั่งอีก (คือมันจะมีทั้งตั๋วนั่ง และตั๋วยืน ) พวกที่ซื้อตั๋วยืนก็มาแย่งที่นั่งเราพอเรามาเค้าก็ทำหน้าไม่พอใจ เพื่อนเราบางคนโดนพวกตั๋วยืนเอาเข่าขึ้นมาว่างทำให้มีที่เล็กลงอีก แต่สุดท้ายเราก็กลับมาถึงนานจิงประมาณ23.30 กว่าจะถึงที่พักก็ 24.00 หิวมากมาก เราก็ออกไปซื้อแมคโดนัลกินกับเพื่อนๆ (แมคฯที่โน้นเปิดถึง 3.00น) ดันต้องมาเถียงกับคนขายอีกเพราะเค้าฟังเราไม่รู้เรื่อง เป็นที่เหนื่อยอะไรขนาดนี้เนี่ย
แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่เราจะเก็บไว้ในความทรงจำตลอดไป

2006/Jun/30

กลับจากจีนมาได้นานแล้ว จนไปอิตาลี กลับมา เปิดเทอมเรียนจนจะครึ่งเทอมแล้วเนี่ย เพิ่งจะมีอารมณ์มาเขียน
จะเล่าเรื่องอะไรดีล่ะ ก็มันเยอะไปหมดเรื่องนี้ก็อยากเล่าเรื่องโน้นก็อยากเล่า
เริ่มจากชีวิตที่จีนก่อนละกัน ใครไม่เคยไปจะไม่รู้หรอกว่ามันเป็นยังไง ฟังดูเหมือนเป็นประสบการณ์ที่ไม่ดีใช่มะ แต่ความจริงแล้วเป็นประสบการณ์ที่ดีมากมาก ประทับใจสุดๆจนตั้งใจว่าเรียนที่นี่จบอยากจะไปเรียนภาษาต่อที่โน่นสัก6 เดือน 1 ปี
ได้ทั้งภาษาได้ทั้งเพื่อนได้รู้วัฒนธรรมใหม่ ไม่ใช่แค่ของคนจีนนะ ของชาติอื่นด้วย เพราะเราไปเรียนกับนักเรียนต่างชาติ แถมยังได้ประสบการณ์แปลกที่ไม่เคยเจอด้วย (แล้วไว้จะเล่าให้ฟัง) แถมใครยังไม่มีแฟนอยู่ที่โน่นได้แฟนแน่ๆ เพราะเกือบทุกคนที่ไปด้วยกันมีหนุ่มๆมาจีบหมดเลย
ที่พักที่เราไปอยู่ก็จัดว่าดีนะประมาณโรงแรม2ดาวบ้านเรามั้งแต่ก็มี แอร์ ทีวี ให้ ที่สำคัญการมีห้องน้ำในตัวถือว่าดีมากแล้ว เห็นห้องนอนครั้งแรก "ทำไมมันเล็กอย่างนี้อะ?" แต่ก็ไม่เป็นไรอยุ่ได้ เราพักอยู่กับเพื่อนอีกคนชื่อ ออม แต่มันบอกว่าทีหลังให้เรียกน้องกลมๆ ซึ่งเราก็ไม่ค่อยได้เรียกหรอก ช่องที่ระหว่างเตียงก็กว้างเกือบ 2 ฟุต ที่วางกระเป๋าเสื้อผ้าแทบจะไม่มี ผนังมีรู แต่เราก็ okนะ อยู่ได้ ห้องน้ำสะอาดเป็นพอ ไม่มีจิ้งจก ก็เป็นบุญอย่างมากแล้ว
มันจริงนะที่เค้าว่าต้องไปอยู่ที่ประเทศเจ้าของภาษาถึงจะเป็น เพราะสถานการณ์มันบังคับไง ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องพูดภาษาจีน เพราะคนจีนแทบไม่รู้ภาษาอังกฤษเลย อยู่มา1เดือนแทบจะนับคนจีนที่พูดอังกฤษได้ (เป็นหลักหน่วย) แม้แต่อาจารย์ที่สอนภาษาจีนก็พูดอังกฤษไม่ได้ เวลาจะอธิบายอะไรเค้าก็จะอธิบายเป็นภาษาจีน แต่จะว่าไปเราก็เข้าใจนะ เหมือนกับว่าเราพอจะเดาๆไปได้ จะหาห้องน้ำ สั่งอาหาร ไปช้อปปิ้ง ศัพท์อะไรที่เราไม่รุ้ไม่เคยสนใจ แต่พอเราอยู่ๆไปเราก็จะเริ่มรู้เอง อะไรที่คิดว่าจะไม่ได้พูดอย่าง ล่าจู ที่แปลว่าเทียน เราก็ไม่เคยรู้ หรือว่า เจียโย้ ที่แปลว่า สู้ๆ
ไว้จะเล่าให้ฟังอีกละกัน วันหลังนะ